สัญญาแต่งงานสองปี แลกกับเงินและอิสระ หรงเยียนเหมยจึงยอมแต่งกับไอ้ตัวบัดซบ แต่สองปีมาถึง เหตุใดพระสวามีต่ำช้าจึงไม่ยอมหย่า ตบก็แล้วตีก็แล้ว ไหนเล่าหนังสือหย่าของข้า!
"เงินเพคะ"
"หืม?"
"หากมีเงิน เยียนเหมยจัดการได้เพคะ"
หรงเยียนเหมยตอบอย่างมั่นใจ เพราะสำหรับนาง ไม่ว่าปัญหาจะยากหรือง่าย ขอเพียงมีเงิน ทุกอย่างก็แก้ไขได้
"พี่หลงไท่ต้องการอี๋เหนียงโฉมงามเพียงใด เก่งกาจเท่าใด หรือมีความสามารถมากแค่ไหน ขอเพียงมีเงิน เยียนเหมยก็จัดการให้ได้ทั้งหมด"
สำหรับหรงเยียนเหมยแล้ว ปัญหาบนโลกนี้ส่วนใหญ่ล้วนแก้ได้ด้วยเงิน หากแก้ไม่ได้ ก็แสดงว่าเงินยังไม่มากพอ มีเพียงเท่านั้น
ดังนั้น หลังฟังคำอธิบายของเจ้าหลานเต่าจนจบ หรงเยียนเหมยจึงรู้สึกผ่อนคลายทันที เรื่องเพียงเท่านี้ไม่นับว่ายาก เพราะสิ่งที่เฉินเสวียนไท่กำลังเผชิญ มิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด
อย่างมากก็เป็นเพียงเรื่องที่ต้องใช้เงินแก้ไข ส่วนสวามีต่ำช้าของนางจะต้องการสตรีกี่คน นางก็ไม่ได้คิดหึงหวงแม้แต่น้อย
ขอเพียงเขาจ่ายเงิน นางก็ยินดีช่วยหาคนให้
กล่าวจบ พระชายาฉีก็ยื่นมือขาวผ่องไปตรงหน้าพระสวามี ก่อนกระดิกนิ้วเรียวเล็กน้อยเป็นนัย ท่าทางนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด
นางมีหน้าที่จัดการปัญหา ส่วนเขามีหน้าที่จ่ายเงิน แล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง
เฉินเสวียนไท่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซับซ้อน
"นี่เจ้าไม่ห้ามเปิ่นหวางจริงหรือ"
เดิมทีเขาคิดว่าหรงเยียนเหมยจะต้องคัดค้านอย่างเด็ดขาด อย่างไรนางก็เป็นสตรี เป็นพระชายาเอก เป็นภรรยาที่แต่งเข้าตำหนักอย่างถูกต้อง ต่อให้ไม่ร้องไห้โวยวาย อย่างน้อยก็ควรแสดงความไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
นางไม่ห้าม ไม่แสดงอาการหึงหวง ซ้ำยังลอยหน้าลอยตา กระดิกนิ้วขอเงินจากเขาอีกด้วย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องซื้อผักในตลาด มิใช่เรื่องรับอี๋เหนียงเข้าตำหนัก
...เกินไปแล้ว...
เฉินเสวียนไท่อดคิดในใจไม่ได้ว่า นางช่างเป็นสตรีหน้าเงินเสียจริง หน้าเงินจนบางครั้งเขาอดสงสัยไม่ได้ หากวันหนึ่งมีคนยกหีบทองคำมาวางตรงหน้า พร้อมกับตัวเขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หรงเยียนเหมยจะเลือกสิ่งใดก่อน
และไม่ว่าเขาจะพยายามคิดเข้าข้างตนเองเพียงใด คำตอบก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว
คงเป็นหีบทองคำอย่างแน่นอน ส่วนตัวเขา คงถูกนางขายแถมไปพร้อมข้าวสารหนึ่งกระสอบเป็นแน่
"มีอันใดต้องห้ามเพคะ"
การรับอี๋เหนียงเป็นเรื่องปกติ นางหาใช่สตรีใจแคบไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าการที่เฉินเสวียนไท่รับอี๋เหนียงเข้ามามีแต่ผลดีต่อนางมากกว่าผลเสีย อย่างน้อยเขาก็มีสตรีคอยปรนนิบัติ แม้อาจเกิดความวุ่นวายขึ้นบ้าง แต่เดิมทีการแต่งงานของทั้งสองก็หาใช่เพื่อครองคู่ไปชั่วชีวิตไม่ ครบสองปีก็ต้องแยกทางอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะห้ามเขาด้วยเหตุใด
"เจ้านี่มัน..."
เฉินเสวียนไท่เข้าใจได้ที่นางไม่ห้าม เพราะทั้งสองแต่งงานกันด้วยข้อตกลงและผลประโยชน์ร่วมกัน ทว่าอยู่กินกันมาเกือบหนึ่งปี นางกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ไม่เผยสีหน้าใดเลย นอกจากสีหน้าหิวเงินตามเคย
"พี่หลงไท่"
จากที่เอนกายดื่มน้ำชาด้วยท่าทางเกียจคร้านสามส่วน เสเพลอีกสองส่วน หรงเยียนเหมยก็ดีดกายอรชรขึ้นนั่งตัวตรง ใบหน้าจริงจัง แววตาไร้แววล้อเล่น เพราะนางเริ่มรู้สึกว่าเฉินเสวียนไท่เริ่มถลำลึกกับบทบาทสามีภรรยามากเกินไปแล้ว
"อย่าจริงจังนักสิ เพคะ ระหว่างเราที่แต่งงานกันแต่แรกคืออันใด จนถึงบัดนี้หวังว่าท่านกับหม่อมฉันจะยังไม่ลืม"
"หรือว่าท่านเล่นงิ้วบทสามีภรรยาจนแยกไม่ออกแล้ว ว่าอันใดคือการสวมบทบาทแสดง อันใดคือเรื่องจริง"
หรงเยียนเหมยเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"หม่อมฉันขอเตือนท่านอ๋อง อย่าได้ถลำลึกจนเผลอมอบหัวใจให้ความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ เพราะสุดท้าย ผู้ที่ต้องเจ็บปวดมีเพียงท่านเอง"
นางกลับมาอยู่ในกิริยาที่นั่งหลังตรง เก็บปลายเท้าเรียบร้อยบนเบาะรองนั่ง ก่อนยกถ้วยชาขึ้นใช้ฝาถ้วยขยับไล่ไอร้อนนั้น ช่างแตกต่างจากสตรีไร้แก่นสารเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน จนเฉินเสวียนไท่ถึงกับหายใจสะดุด
"เจ้าเป็นผู้ใด"
ดวงตาเรียวของหรงเยียนเหมยเหลือบมองบุรุษตรงหน้าด้วยหางตา ปลายนิ้วก้อยเชิดงอนอย่างเป็นธรรมชาติขณะยกถ้วยชาจรดริมฝีปากระเรื่อ นางคิดในใจว่า เจ้าลูกเต่าผู้นี้ยังเล่นไม่เลิก หากไม่ได้ตบสักสองสามที คงยากที่สติจะกลับคืน
"เจ้าเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรือ รีบคายพระชายาฉีออกมาเดี๋ยวนี้!"
ยัง...
ยังไม่หยุดกวนส้นเท้านางอีก
แนะนำเรื่อง
สัญญาแต่งงานสองปี แลกกับเงินและอิสระ หรงเยียนเหมยจึงยอมแต่งกับไอ้ตัวบัดซบ แต่สองปีมาถึง เหตุใดพระสวามีต่ำช้าจึงไม่ยอมหย่า ตบก็แล้วตีก็แล้ว ไหนเล่าหนังสือหย่าของข้า!
"เงินเพคะ"
"หืม?"
"หากมีเงิน เยียนเหมยจัดการได้เพคะ"
หรงเยียนเหมยตอบอย่างมั่นใจ เพราะสำหรับนาง ไม่ว่าปัญหาจะยากหรือง่าย ขอเพียงมีเงิน ทุกอย่างก็แก้ไขได้
"พี่หลงไท่ต้องการอี๋เหนียงโฉมงามเพียงใด เก่งกาจเท่าใด หรือมีความสามารถมากแค่ไหน ขอเพียงมีเงิน เยียนเหมยก็จัดการให้ได้ทั้งหมด"
สำหรับหรงเยียนเหมยแล้ว ปัญหาบนโลกนี้ส่วนใหญ่ล้วนแก้ได้ด้วยเงิน หากแก้ไม่ได้ ก็แสดงว่าเงินยังไม่มากพอ มีเพียงเท่านั้น
ดังนั้น หลังฟังคำอธิบายของเจ้าหลานเต่าจนจบ หรงเยียนเหมยจึงรู้สึกผ่อนคลายทันที เรื่องเพียงเท่านี้ไม่นับว่ายาก เพราะสิ่งที่เฉินเสวียนไท่กำลังเผชิญ มิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด
อย่างมากก็เป็นเพียงเรื่องที่ต้องใช้เงินแก้ไข ส่วนสวามีต่ำช้าของนางจะต้องการสตรีกี่คน นางก็ไม่ได้คิดหึงหวงแม้แต่น้อย
ขอเพียงเขาจ่ายเงิน นางก็ยินดีช่วยหาคนให้
กล่าวจบ พระชายาฉีก็ยื่นมือขาวผ่องไปตรงหน้าพระสวามี ก่อนกระดิกนิ้วเรียวเล็กน้อยเป็นนัย ท่าทางนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด
นางมีหน้าที่จัดการปัญหา ส่วนเขามีหน้าที่จ่ายเงิน แล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง
เฉินเสวียนไท่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซับซ้อน
"นี่เจ้าไม่ห้ามเปิ่นหวางจริงหรือ"
เดิมทีเขาคิดว่าหรงเยียนเหมยจะต้องคัดค้านอย่างเด็ดขาด อย่างไรนางก็เป็นสตรี เป็นพระชายาเอก เป็นภรรยาที่แต่งเข้าตำหนักอย่างถูกต้อง ต่อให้ไม่ร้องไห้โวยวาย อย่างน้อยก็ควรแสดงความไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
นางไม่ห้าม ไม่แสดงอาการหึงหวง ซ้ำยังลอยหน้าลอยตา กระดิกนิ้วขอเงินจากเขาอีกด้วย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องซื้อผักในตลาด มิใช่เรื่องรับอี๋เหนียงเข้าตำหนัก
...เกินไปแล้ว...
เฉินเสวียนไท่อดคิดในใจไม่ได้ว่า นางช่างเป็นสตรีหน้าเงินเสียจริง หน้าเงินจนบางครั้งเขาอดสงสัยไม่ได้ หากวันหนึ่งมีคนยกหีบทองคำมาวางตรงหน้า พร้อมกับตัวเขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หรงเยียนเหมยจะเลือกสิ่งใดก่อน
และไม่ว่าเขาจะพยายามคิดเข้าข้างตนเองเพียงใด คำตอบก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว
คงเป็นหีบทองคำอย่างแน่นอน ส่วนตัวเขา คงถูกนางขายแถมไปพร้อมข้าวสารหนึ่งกระสอบเป็นแน่
"มีอันใดต้องห้ามเพคะ"
การรับอี๋เหนียงเป็นเรื่องปกติ นางหาใช่สตรีใจแคบไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าการที่เฉินเสวียนไท่รับอี๋เหนียงเข้ามามีแต่ผลดีต่อนางมากกว่าผลเสีย อย่างน้อยเขาก็มีสตรีคอยปรนนิบัติ แม้อาจเกิดความวุ่นวายขึ้นบ้าง แต่เดิมทีการแต่งงานของทั้งสองก็หาใช่เพื่อครองคู่ไปชั่วชีวิตไม่ ครบสองปีก็ต้องแยกทางอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะห้ามเขาด้วยเหตุใด
"เจ้านี่มัน..."
เฉินเสวียนไท่เข้าใจได้ที่นางไม่ห้าม เพราะทั้งสองแต่งงานกันด้วยข้อตกลงและผลประโยชน์ร่วมกัน ทว่าอยู่กินกันมาเกือบหนึ่งปี นางกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ไม่เผยสีหน้าใดเลย นอกจากสีหน้าหิวเงินตามเคย
"พี่หลงไท่"
จากที่เอนกายดื่มน้ำชาด้วยท่าทางเกียจคร้านสามส่วน เสเพลอีกสองส่วน หรงเยียนเหมยก็ดีดกายอรชรขึ้นนั่งตัวตรง ใบหน้าจริงจัง แววตาไร้แววล้อเล่น เพราะนางเริ่มรู้สึกว่าเฉินเสวียนไท่เริ่มถลำลึกกับบทบาทสามีภรรยามากเกินไปแล้ว
"อย่าจริงจังนักสิ เพคะ ระหว่างเราที่แต่งงานกันแต่แรกคืออันใด จนถึงบัดนี้หวังว่าท่านกับหม่อมฉันจะยังไม่ลืม"
"หรือว่าท่านเล่นงิ้วบทสามีภรรยาจนแยกไม่ออกแล้ว ว่าอันใดคือการสวมบทบาทแสดง อันใดคือเรื่องจริง"
หรงเยียนเหมยเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"หม่อมฉันขอเตือนท่านอ๋อง อย่าได้ถลำลึกจนเผลอมอบหัวใจให้ความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ เพราะสุดท้าย ผู้ที่ต้องเจ็บปวดมีเพียงท่านเอง"
นางกลับมาอยู่ในกิริยาที่นั่งหลังตรง เก็บปลายเท้าเรียบร้อยบนเบาะรองนั่ง ก่อนยกถ้วยชาขึ้นใช้ฝาถ้วยขยับไล่ไอร้อนนั้น ช่างแตกต่างจากสตรีไร้แก่นสารเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน จนเฉินเสวียนไท่ถึงกับหายใจสะดุด
"เจ้าเป็นผู้ใด"
ดวงตาเรียวของหรงเยียนเหมยเหลือบมองบุรุษตรงหน้าด้วยหางตา ปลายนิ้วก้อยเชิดงอนอย่างเป็นธรรมชาติขณะยกถ้วยชาจรดริมฝีปากระเรื่อ นางคิดในใจว่า เจ้าลูกเต่าผู้นี้ยังเล่นไม่เลิก หากไม่ได้ตบสักสองสามที คงยากที่สติจะกลับคืน
"เจ้าเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรือ รีบคายพระชายาฉีออกมาเดี๋ยวนี้!"
ยัง...
ยังไม่หยุดกวนส้นเท้านางอีก
อัปเดตล่าสุด
05 ส.ค. 2569 16:36 น.
รีวิว (0)
ธัญเหมาเหมา
ปลดล็อกทุกตอน ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ปลดล็อกจนถึงตอนล่าสุด
ตอนนิยาย (9)
- #1บทนำ ||หงส์น้อยโบยบิน

- #2ตอนที่ 1 | |อุ๊ย!

- #3ตอนที่ 2 ||พระสวามีต่ำช้ากับพระชายามากเล่ห์

- #4ตอนที่ 3 || ข้าผิดอันใด?

- #5ตอนที่ 4 || อยู่ดีไม่ว่าดี

- #6ตอนที่ 5 || เชื่อข้าเถิด ไม่เกิดปัญหา

- #7ตอนที่ 6 || อย่าลองดีกับพระชายาหรง

- #8ตอนที่ 7 ||ลงมือโดยมิต้องลงมือนี่คือวิถีของคนฉลาด

- #9ตอนที่ 8 || เฉินเสวียนไท่ ไอ้คนสารเลว!



