คำเตือนเนื้อหา 18+

เนื้อหานี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดยืนยันก่อนรับชม

เริ่มอ่านตอนแรก

ผมเป็นนายเอกของนิยายรันทด

นักเขียน:นักเขียนเหรียญทองป้าลูกหนึ่ง

0.0(0 รีวิว)
ตอน
43
เข้าชม
127K
ถูกใจ
625
ความคิดเห็น
471
เพิ่มลงคลัง
717

บทนำเรื่อง 

หากว่าความผิดหวังดังฝนที่โปรยจากฟ้า 

ทุกครายามใจสลาย 

โลกของฉันคงพบแต่ฝนที่ไม่ขาดสาย 

น้ำตากลายเป็นแผ่นน้ำ 

ได้แต่เพียงไขว่คว้าความรักที่พลัดพรากไป 

หัวใจยังคงบอบช้ำ 

ในทะเลแห่งความกล่ำกลืนกลางคืนมืดดำ 

ว่ายวนในความห่วงหา 

กลับมาได้ไหม 

อย่าปล่อยฉันไว้จงกลับมา 

ฉันจมน้ำตา ฉันทุกข์ใจ 

กลับมาได้ไหม 

หยุดความเคลื่อนไหวจงกลับมา 

ฉันจมน้ำตา ฉันทุกข์ทม 

(รินน้ำตาท้วมท้น 

ความทุกข์ทนไม่หายไป 

จงรู้ตื่นจากเศร้าโศกเสียใจ 

มองให้ทันการจากลา) 

ตราบที่ยังคงตั้งคำถามถึงการจากลา 

น้ำตาคงรินเป็นสาย 

ไม่มีใครผลักให้ชีวิตพ้นวันสุดท้าย 

ทุกภัยคือทางแห่งกรรม 

คร่ำครวญเรียกร้อง 

ให้สิ่งที่รักคืนกลับมา 

(เนื้อเพลงจากพระปฎาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา) 

 

                

 

 

               "เร็วเข้า! แบกไปแห่รอบเมือง ตัวกาลกินีเป็นชู้กับชายรับใช้ สวมหมวกเขียวให้สามี จับแห่รอบเมืองแล้วเอาไปถ่วงน้ำ" 

               ในตะกร้อใหญ่ที่ใช้ใส่หมูสานจากไม้ไผ่ มีร่างในชุดขาวนอนขดอยู่ภายใน ใบหน้ามีน้ำตานอง เนื้อตัวมีแต่รอยซ้ำไม่รวมถึงเลือดเก่าใหม่ที่เกราะกรังจากที่โดนหินขว้างและกลิ่นกายที่เน่าเหม็นจากผักและไข่เน่าที่ชาวบ้านปาใส่สิ่งปฏิกูลที่ปล่อยเรี่ยราด   

               ขณะที่กำลังจะแห่ไปรอบเมืองเพื่อเตือนสติสตรีและบุรุษที่ออกเรือนได้ตระหนักถึงบทสุดท้ายของการเป็น ดอกซิ่ง ยื่นออกนอกกำแพง 

บทลงโทษมีเพียงหนึ่งเดียว กฎบ้าน กฎเมือง นั้นคือการถ่วงน้ำทั้งเป็น 

               บ่าวรับใช้ของท่านเจ้าเมือง ถังรั่วซาน  แห่งเมืองถัง แคว้นฮก  มุ่งหน้ามาพร้อมกับขบวนเกี้ยวของ ฮูหยินใหญ่คนใหม่ที่เพิ่งจะมีพิธีวิวาห์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากที่ฮูหยินคนเดิมถูกจับได้ว่าคบชู้  ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะดูจากภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ เห็นว่าเป็นบุตรชายของหมอเทวดามีชื่อ หน้าดี สกุลดี นิสัยก็ดี เป็นถึงลูกชายคนรองของฮูหยินเอกของตระกูลหรู ตระกูลพ่อค้าวาณิชหลวง แต่ไม่รักษาจารีตประเพณีอันดีงาม กลับทำผิดคบชู้สู่ชายให้เป็นที่อับอายต่อตระกูลของตน น่าสงสารบิดามารดาที่คลอดลูกที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นนี้ 

               "หยุดก่อนพวกท่าน ฮูหยินเซียนหยาง ของข้ารู้สึกสงสารอยากจะบอกข่าวให้กับอดีตฮูหยิน ผู้นี้สักหน่อย เพื่อเอาบุญ ขอพวกท่านรอสักครู่" 

               ร่างที่ขดอยู่ในกรงไม้ มิได้มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อยมีเพียงน้ำตาที่ไหลนองตลอดเวลากับเสียงพึมพำแผ่วเบา ร่างอรชนของบุรุษบอบบางดังแก้วเจียรนัย เดินลงมาจากเกี้ยวพร้อมกับสาวใช้ที่คอยประคองอยู่ไม่ห่าง เสื้อผ้าดูสูงค่ายิ่งนักยิ่งขับเน้นให้ดูสูงส่ง รองเท้าที่สวมทำจากผ้าปักเนื้อดีที่หามิได้ในเมืองนี้ แสดงถึงความใส่ใจของผู้ให้ ทุกย่างก้าวที่เดินได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของเครื่องประดับสูงค่าบนศีรษะของเกอผู้นั้น เข้ามาใกล้อวนหมูที่กักขังบุรุษเกออีกคนเอาไว้บุคคลนั้นคืออดีตฮูหยินของท่านเจ้าเมืองถังรั่วซาน 

               "พวกท่านถอยไปก่อนเถอะ ขอให้ข้าได้คุยกับพี่ชายสักหน่อยเถิด ถึงแม้พี่ของข้าจะทำผิดต่อประเพณีอันดีงาม แต่ทว่าข้านั้นเป็นน้องที่มีสายเลือดเดียวกันย่อมตัดมิขาด ขอให้ข้าได้คุยกับพี่ชายสักครั้ง"   

                เสียงที่เปล่งออกมากังวานใสดังแก้วเจียระไนชั้นดี  ผู้คนที่รุมล้อมอยู่กระจายออกตามคำขอ รู้สึกชื่นชมในความมีน้ำใจยิ่งที่ยังนับถือผู้ที่ทำให้วงค์ตระกูลขายขี้หน้ายังนับถือเจ้าตัวหน้าไม่อายเป็นพี่ชาย ผู้คนที่แห่แหนกล่าวชมด้วยความชื่นชม 

               จนกระทั้งทุกคนถอยออกไปจนหมดแล้วเหลือเพียง สามคนที่อยู่ตรงนั้นร่างของ      ฮูหยินเซียนหยางย่อตัวลงมองคนในคอกอย่างเวทนาในชะตาของพี่ชายยิ่งนัก 

               "น่าสงสารท่านพี่ เว่ยหยาง ยิ่งนัก จุ๊ จุ๊   ดูสิอยู่ในคอกหมูเช่นนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง จำได้หรือไม่ ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าให้หลีกทางให้ข้า แต่ท่านยังดึงดันเพราะแบบนี้ท่านถึงได้ต้องเจอจุดจบอนาถเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง" 

               คนด้านในไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหรือแม้แต่จะสนใจร่างงามตรงหน้าแม้แต่น้อยดวงตาเลื่อนลอย เซียนหยางหรือหรูเซียนหยางไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ร่างในคอกหมูสกปรกไม่สนใจการเยาะเย้ยถากถางของตนเองแม้แต่น้อย เอาแต่พึมพำโง่ๆ แต่ทว่าอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากจะแสดงกิริยาไม่งามไม่ได้ต้องรักษาภาพลักษณ์ น้องที่แสนดีทั้งกายและใจ 

               "ชือซือ เอานั้นมาสิ" 

               "เจ้าค่ะ ฮูหยิน" 

               "เจ้าเห็นนี่หรือไม่  ยังจำสิ่งนี้ได้หรือไม่" 

               เว่ยหยาง แม้ไม่อยากสนใจแต่ว่าเสียงนี้มันเหมือนกับกระพรวนที่ใส่ให้กับบุตรที่เพิ่งจะคลอดได้เพียงสองเดือนก่อนที่จะเกิดเรื่อง  ดวงตาที่เคยว่างเปล่าหันมามองอย่างเชื่องช้า ร่างที่อ่อนแรงรอเพียงความตายที่ใกล้เข้ามาไร้ซึ่งความหวังที่จะมีชีวิตรอด ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปคว้าสิ่งนั้นที่อยู่ในมือของน้องชายหรือเรียกว่าอดีตน้องชาย แต่กลับคว้าเพียงความว่างเปล่า ในเมื่ออีกคนยกสิ่งที่ต้องการหนีห่างจากที่คุมขัง 

               "เอามาให้ข้า เอา!! ของลูกข้ามา" 

               เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งเหมือนชายแก่ พยายามไขว่คว้ากำไลข้อเท้าของบุตรชายที่ไม่ได้เห็นหน้าอีกเลยหลังจากถูกลงโทษในสิ่งที่ตนไม่ผิด  เซียนหยาง รู้สึกสะใจที่สามารถทำให้พี่ชายร้อนรนทรมานเสียยิ่งกว่าที่ตนเองกำลังจะตายในอีกไม่ช้า สิ่งใดที่พี่ชายรักข้าจะแย่งมาสิ่งใดที่ท่านหวงแหนข้าจะทำลายให้ย่อยยับ 

               "ของบุตรท่าน แต่ตอนนี้เป็นบุตรของข้า พี่ชายแต่อีกไม่นานข้าจะส่งเขาตามท่านไปเพราะข้านั้นตั้งท้องแล้วไงหละ   หากลูกข้าเป็นชายย่อมต้องเป็นผู้สืบทอดสกุลถังของท่านพี่ถังรั่วซาน ส่วนบุตรของท่านอีกไม่นาน  ...ข้าจะเป็นคนส่งไปให้ท่านเองพี่ชาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" 

               "เซียนหยางเจ้ามันเป็นปีศาจ ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!!!!! อ๊าก!!!!! แม้เป็นผีข้าจะไม่ปล่อยเจ้า " 

               แต่ก่อนที่จะได้กระชากเสื้อของอีกคน มือที่ไขว้คว้าอยู่นอกอวนหมู ถูกสันดาบตีอย่างแรงจะได้ยินเสียงของกระดูกที่หัก พร้อมเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่หาได้เจ็บปวดเท่าหัวใจที่กำลังหลั่งเป็นสายเลือดอยู่ในขณะนี้ สายตาอ่อนล้าเหือดแห้งทอดมองจากปลายกะบี่ขึ้นไป  เมื่อคนที่ตีลงมานั้นคือสามีอันเป็นที่รักยิ่ง เป็นบิดาของบุตรชายเป็นดังชีวิตยามที่ออกมาจากตระกูลหรู 

               "หยุด!! เซียนเอ๋อร์เป็นอะไรหรือไม่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้มาก็ไม่เชื่อ " 

               "ท่านพี่ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่ข้าแค่สงสารพี่ชายเท่านั้นเอง อย่างน้อยข้าก็รู้สึกผิด การที่ท่านพี่กับข้าแต่งงานกัน คงทำให้ท่านพี่เศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ข้าก็แค่อยากจะมาบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายไม่คิดว่าพี่ชาย จะ จะ ฮืออออ  ด่าทอว่าข้า เป็นนังแพศยาแย่งท่านมาจากพี่ชาย ข้า ข้าไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้แต่ข้ารักท่าน รักมาตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก " 

               "ชู่!! ไม่เป็นไรคนดี เจ้าไม่ได้ผิดอะไรในเมื่อพี่ชายเจ้าไม่รักดีเอง ข้ากับเขาหย่าขาดกันแล้ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องผิดที่ข้าจะแต่งกับเจ้าเซียนเอ๋อร์ กลับจวนเรากันเถอะน้ำค้างลงหนักนักจะไม่สบายเอา" 

               หนึ่งคือบุรุษที่หล่อเหลาเป็นถึงเจ้าเมืองอี้  หนึ่งคือบุรุษอรชนอ้อนแอ้นงดงามดังดอกบัวงามชุ่มชื่นใจ หรูเว่ยหยางเจ็บทั้งกายและใจเจ็บลึกถึงกระดูกดำ บุรุษมากรัก เป็นเพียงบุรุษมากรัก  ข้านั้นโง่งมเพียงใดถึงมองไม่ออก หลงไปกับเปลือกที่ห่อหุ้มร่างอันโสโครก น้ำตาที่ไหลออกมามากมายเสียสิ่งกว่าสายน้ำเบื้องหน้า  ความรัก ความแค้น การหักหลัง ความหวัง ความสิ้นหวัง ถาโถมไม่สิ้นสุด 

               "ซือซือ พานายของเจ้ากลับไปรอที่จวนเดี๋ยวข้าตามไป" 

               ร่างงามยอมไปแต่โดยดีโดยมีสายตารักใคร่ตามส่งจนลับตา 

               "ทะ ท่านพี่" 

               "หุบปาก!! อย่ามาเรียก พวกเจ้าจงนำชายผู้นี้แห่รอบเมืองป่าวประกาศความชั่วของมันแล้วจับถ่วงน้ำอย่าให้ดินเมืองอี้กลบหน้า"  

               คำสั่งนั้นเหมือนฟ้าที่ฝ่ากลางหัวใจที่ร้าวราวจนแหลกสลาย 

               ไม่มีใครต้องการข้า 

               ไม่มีใครต้องการข้า 

               ข้าไม่ได้ผิด แม้แต่บิดามารดาก็ไม่รัก ข้ามิมาช่วยเหลือข้า 

               พี่ชายยังหมางเมินไร้ความเมตตา  แม้แต่น้องชายที่ข้ารักยังหักหลังกันได้ลงคอ 

               ข้าไม่ได้คบชู้แต่ถูกคนที่รักยิ่งสองคนจัดฉาก 

               เสียงกรีดร้อง ที่ใครๆ มิอาจได้ยินดังก้องอยู่ในใจของเว่ยหยาง  

               จนกระทั้งมาหยุดที่ข้างแม่น้ำเชี่ยวกราดในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นหูของ       หรูเว่ยหยาง ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่ง เสียงที่สงบร่มเย็นราวกับน้ำฝนที่หล่นลงจากสวรรค์ ทำให้หัวใจที่รุ่มร้อนด้วยแรงแค้นความหวาดกลัวจากความตายที่อยู่ตรงหน้าสงบลงชั่วครู่ 

               ห่วงหนึ่งพันผูกคอด้วยรักและห่วงบุตรหลาน 

               ห่วงสองพันผูกมือที่โอบกอดแนบชิดของสามีภรรยา 

               ห่วงสามพันรอบเท้าด้วยทรัพย์สินนอกกาย 

               ปลดบ่วงเหล่านั้นเสียเถิด พระพุทธองค์ทรงเมตตากรรมในชาตินี้หมดสิ้นแล้ว จงปล่อยวางความอาฆาตแค้น เดินตามแสงพระธรรมของพระพุทธองค์ แล้วเจ้าจะพบความสุขที่แท้จริง อมิตตาพุทธ 

               ปล่อยวางอย่างนั้นหรือทั้งที่ข้ามิได้เป็นผู้ก่อ เป็นพวกเค้าที่กระทำต่อข้า ท่านให้ข้าปล่อยวางหรือทั้งที่พวกเค้าเป็นผู้สั่งข้าฆ่า  

               "ตูม!! " 

               ทันทีที่ร่างถูกโยนลงไปก็จมดิ่งลงสู่เบื้องล่างอันหนาวเหน็บ สายน้ำเย็นโอบล้อมรอบกาย อากาศหายใจเป็นฟองขาวขึ้นสู่เบื้องบน 

               อึดอัด 

               หายใจไม่ออก 

               ช่วยด้วย 

               หะ หายใจไม่ออก 

               ทรมาน                   

               ทรมานหรือเกิน 

               ทรมานใครก็ได้ช่วยข้าที  

               ใต้ผืนน้ำอันเย็บเยียบและหนาวเหน็บ มองทางใดมีแต่ความดำมืดทั่วทุกหนแห่งไร้แสงสว่าง ร่างเล็กที่ถูกขังดิ้นรนครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดก็หยุดนิ่งที่ก้นแม่น้ำ  

               วาระสุดท้ายในขณะจิตตัดพ้อเบื้องบน... 

               .สวรรค์ช่างมืดบอดนัก..หากเป็นคนดีไม่ได้ข้าขอเป็นมารเสียดีกว่า...หากมีชาติหน้าข้าขอผู้มีพลังที่เหล่าผู้คนเกรงกลัว 

แนะนำเรื่อง

บทนำเรื่อง 

หากว่าความผิดหวังดังฝนที่โปรยจากฟ้า 

ทุกครายามใจสลาย 

โลกของฉันคงพบแต่ฝนที่ไม่ขาดสาย 

น้ำตากลายเป็นแผ่นน้ำ 

ได้แต่เพียงไขว่คว้าความรักที่พลัดพรากไป 

หัวใจยังคงบอบช้ำ 

ในทะเลแห่งความกล่ำกลืนกลางคืนมืดดำ 

ว่ายวนในความห่วงหา 

กลับมาได้ไหม 

อย่าปล่อยฉันไว้จงกลับมา 

ฉันจมน้ำตา ฉันทุกข์ใจ 

กลับมาได้ไหม 

หยุดความเคลื่อนไหวจงกลับมา 

ฉันจมน้ำตา ฉันทุกข์ทม 

(รินน้ำตาท้วมท้น 

ความทุกข์ทนไม่หายไป 

จงรู้ตื่นจากเศร้าโศกเสียใจ 

มองให้ทันการจากลา) 

ตราบที่ยังคงตั้งคำถามถึงการจากลา 

น้ำตาคงรินเป็นสาย 

ไม่มีใครผลักให้ชีวิตพ้นวันสุดท้าย 

ทุกภัยคือทางแห่งกรรม 

คร่ำครวญเรียกร้อง 

ให้สิ่งที่รักคืนกลับมา 

(เนื้อเพลงจากพระปฎาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา) 

 

                

 

 

               "เร็วเข้า! แบกไปแห่รอบเมือง ตัวกาลกินีเป็นชู้กับชายรับใช้ สวมหมวกเขียวให้สามี จับแห่รอบเมืองแล้วเอาไปถ่วงน้ำ" 

               ในตะกร้อใหญ่ที่ใช้ใส่หมูสานจากไม้ไผ่ มีร่างในชุดขาวนอนขดอยู่ภายใน ใบหน้ามีน้ำตานอง เนื้อตัวมีแต่รอยซ้ำไม่รวมถึงเลือดเก่าใหม่ที่เกราะกรังจากที่โดนหินขว้างและกลิ่นกายที่เน่าเหม็นจากผักและไข่เน่าที่ชาวบ้านปาใส่สิ่งปฏิกูลที่ปล่อยเรี่ยราด   

               ขณะที่กำลังจะแห่ไปรอบเมืองเพื่อเตือนสติสตรีและบุรุษที่ออกเรือนได้ตระหนักถึงบทสุดท้ายของการเป็น ดอกซิ่ง ยื่นออกนอกกำแพง 

บทลงโทษมีเพียงหนึ่งเดียว กฎบ้าน กฎเมือง นั้นคือการถ่วงน้ำทั้งเป็น 

               บ่าวรับใช้ของท่านเจ้าเมือง ถังรั่วซาน  แห่งเมืองถัง แคว้นฮก  มุ่งหน้ามาพร้อมกับขบวนเกี้ยวของ ฮูหยินใหญ่คนใหม่ที่เพิ่งจะมีพิธีวิวาห์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากที่ฮูหยินคนเดิมถูกจับได้ว่าคบชู้  ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะดูจากภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ เห็นว่าเป็นบุตรชายของหมอเทวดามีชื่อ หน้าดี สกุลดี นิสัยก็ดี เป็นถึงลูกชายคนรองของฮูหยินเอกของตระกูลหรู ตระกูลพ่อค้าวาณิชหลวง แต่ไม่รักษาจารีตประเพณีอันดีงาม กลับทำผิดคบชู้สู่ชายให้เป็นที่อับอายต่อตระกูลของตน น่าสงสารบิดามารดาที่คลอดลูกที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นนี้ 

               "หยุดก่อนพวกท่าน ฮูหยินเซียนหยาง ของข้ารู้สึกสงสารอยากจะบอกข่าวให้กับอดีตฮูหยิน ผู้นี้สักหน่อย เพื่อเอาบุญ ขอพวกท่านรอสักครู่" 

               ร่างที่ขดอยู่ในกรงไม้ มิได้มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อยมีเพียงน้ำตาที่ไหลนองตลอดเวลากับเสียงพึมพำแผ่วเบา ร่างอรชนของบุรุษบอบบางดังแก้วเจียรนัย เดินลงมาจากเกี้ยวพร้อมกับสาวใช้ที่คอยประคองอยู่ไม่ห่าง เสื้อผ้าดูสูงค่ายิ่งนักยิ่งขับเน้นให้ดูสูงส่ง รองเท้าที่สวมทำจากผ้าปักเนื้อดีที่หามิได้ในเมืองนี้ แสดงถึงความใส่ใจของผู้ให้ ทุกย่างก้าวที่เดินได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของเครื่องประดับสูงค่าบนศีรษะของเกอผู้นั้น เข้ามาใกล้อวนหมูที่กักขังบุรุษเกออีกคนเอาไว้บุคคลนั้นคืออดีตฮูหยินของท่านเจ้าเมืองถังรั่วซาน 

               "พวกท่านถอยไปก่อนเถอะ ขอให้ข้าได้คุยกับพี่ชายสักหน่อยเถิด ถึงแม้พี่ของข้าจะทำผิดต่อประเพณีอันดีงาม แต่ทว่าข้านั้นเป็นน้องที่มีสายเลือดเดียวกันย่อมตัดมิขาด ขอให้ข้าได้คุยกับพี่ชายสักครั้ง"   

                เสียงที่เปล่งออกมากังวานใสดังแก้วเจียระไนชั้นดี  ผู้คนที่รุมล้อมอยู่กระจายออกตามคำขอ รู้สึกชื่นชมในความมีน้ำใจยิ่งที่ยังนับถือผู้ที่ทำให้วงค์ตระกูลขายขี้หน้ายังนับถือเจ้าตัวหน้าไม่อายเป็นพี่ชาย ผู้คนที่แห่แหนกล่าวชมด้วยความชื่นชม 

               จนกระทั้งทุกคนถอยออกไปจนหมดแล้วเหลือเพียง สามคนที่อยู่ตรงนั้นร่างของ      ฮูหยินเซียนหยางย่อตัวลงมองคนในคอกอย่างเวทนาในชะตาของพี่ชายยิ่งนัก 

               "น่าสงสารท่านพี่ เว่ยหยาง ยิ่งนัก จุ๊ จุ๊   ดูสิอยู่ในคอกหมูเช่นนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง จำได้หรือไม่ ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าให้หลีกทางให้ข้า แต่ท่านยังดึงดันเพราะแบบนี้ท่านถึงได้ต้องเจอจุดจบอนาถเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง" 

               คนด้านในไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหรือแม้แต่จะสนใจร่างงามตรงหน้าแม้แต่น้อยดวงตาเลื่อนลอย เซียนหยางหรือหรูเซียนหยางไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ร่างในคอกหมูสกปรกไม่สนใจการเยาะเย้ยถากถางของตนเองแม้แต่น้อย เอาแต่พึมพำโง่ๆ แต่ทว่าอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากจะแสดงกิริยาไม่งามไม่ได้ต้องรักษาภาพลักษณ์ น้องที่แสนดีทั้งกายและใจ 

               "ชือซือ เอานั้นมาสิ" 

               "เจ้าค่ะ ฮูหยิน" 

               "เจ้าเห็นนี่หรือไม่  ยังจำสิ่งนี้ได้หรือไม่" 

               เว่ยหยาง แม้ไม่อยากสนใจแต่ว่าเสียงนี้มันเหมือนกับกระพรวนที่ใส่ให้กับบุตรที่เพิ่งจะคลอดได้เพียงสองเดือนก่อนที่จะเกิดเรื่อง  ดวงตาที่เคยว่างเปล่าหันมามองอย่างเชื่องช้า ร่างที่อ่อนแรงรอเพียงความตายที่ใกล้เข้ามาไร้ซึ่งความหวังที่จะมีชีวิตรอด ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปคว้าสิ่งนั้นที่อยู่ในมือของน้องชายหรือเรียกว่าอดีตน้องชาย แต่กลับคว้าเพียงความว่างเปล่า ในเมื่ออีกคนยกสิ่งที่ต้องการหนีห่างจากที่คุมขัง 

               "เอามาให้ข้า เอา!! ของลูกข้ามา" 

               เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งเหมือนชายแก่ พยายามไขว่คว้ากำไลข้อเท้าของบุตรชายที่ไม่ได้เห็นหน้าอีกเลยหลังจากถูกลงโทษในสิ่งที่ตนไม่ผิด  เซียนหยาง รู้สึกสะใจที่สามารถทำให้พี่ชายร้อนรนทรมานเสียยิ่งกว่าที่ตนเองกำลังจะตายในอีกไม่ช้า สิ่งใดที่พี่ชายรักข้าจะแย่งมาสิ่งใดที่ท่านหวงแหนข้าจะทำลายให้ย่อยยับ 

               "ของบุตรท่าน แต่ตอนนี้เป็นบุตรของข้า พี่ชายแต่อีกไม่นานข้าจะส่งเขาตามท่านไปเพราะข้านั้นตั้งท้องแล้วไงหละ   หากลูกข้าเป็นชายย่อมต้องเป็นผู้สืบทอดสกุลถังของท่านพี่ถังรั่วซาน ส่วนบุตรของท่านอีกไม่นาน  ...ข้าจะเป็นคนส่งไปให้ท่านเองพี่ชาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" 

               "เซียนหยางเจ้ามันเป็นปีศาจ ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!!!!! อ๊าก!!!!! แม้เป็นผีข้าจะไม่ปล่อยเจ้า " 

               แต่ก่อนที่จะได้กระชากเสื้อของอีกคน มือที่ไขว้คว้าอยู่นอกอวนหมู ถูกสันดาบตีอย่างแรงจะได้ยินเสียงของกระดูกที่หัก พร้อมเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่หาได้เจ็บปวดเท่าหัวใจที่กำลังหลั่งเป็นสายเลือดอยู่ในขณะนี้ สายตาอ่อนล้าเหือดแห้งทอดมองจากปลายกะบี่ขึ้นไป  เมื่อคนที่ตีลงมานั้นคือสามีอันเป็นที่รักยิ่ง เป็นบิดาของบุตรชายเป็นดังชีวิตยามที่ออกมาจากตระกูลหรู 

               "หยุด!! เซียนเอ๋อร์เป็นอะไรหรือไม่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้มาก็ไม่เชื่อ " 

               "ท่านพี่ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่ข้าแค่สงสารพี่ชายเท่านั้นเอง อย่างน้อยข้าก็รู้สึกผิด การที่ท่านพี่กับข้าแต่งงานกัน คงทำให้ท่านพี่เศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ข้าก็แค่อยากจะมาบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายไม่คิดว่าพี่ชาย จะ จะ ฮืออออ  ด่าทอว่าข้า เป็นนังแพศยาแย่งท่านมาจากพี่ชาย ข้า ข้าไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้แต่ข้ารักท่าน รักมาตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก " 

               "ชู่!! ไม่เป็นไรคนดี เจ้าไม่ได้ผิดอะไรในเมื่อพี่ชายเจ้าไม่รักดีเอง ข้ากับเขาหย่าขาดกันแล้ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องผิดที่ข้าจะแต่งกับเจ้าเซียนเอ๋อร์ กลับจวนเรากันเถอะน้ำค้างลงหนักนักจะไม่สบายเอา" 

               หนึ่งคือบุรุษที่หล่อเหลาเป็นถึงเจ้าเมืองอี้  หนึ่งคือบุรุษอรชนอ้อนแอ้นงดงามดังดอกบัวงามชุ่มชื่นใจ หรูเว่ยหยางเจ็บทั้งกายและใจเจ็บลึกถึงกระดูกดำ บุรุษมากรัก เป็นเพียงบุรุษมากรัก  ข้านั้นโง่งมเพียงใดถึงมองไม่ออก หลงไปกับเปลือกที่ห่อหุ้มร่างอันโสโครก น้ำตาที่ไหลออกมามากมายเสียสิ่งกว่าสายน้ำเบื้องหน้า  ความรัก ความแค้น การหักหลัง ความหวัง ความสิ้นหวัง ถาโถมไม่สิ้นสุด 

               "ซือซือ พานายของเจ้ากลับไปรอที่จวนเดี๋ยวข้าตามไป" 

               ร่างงามยอมไปแต่โดยดีโดยมีสายตารักใคร่ตามส่งจนลับตา 

               "ทะ ท่านพี่" 

               "หุบปาก!! อย่ามาเรียก พวกเจ้าจงนำชายผู้นี้แห่รอบเมืองป่าวประกาศความชั่วของมันแล้วจับถ่วงน้ำอย่าให้ดินเมืองอี้กลบหน้า"  

               คำสั่งนั้นเหมือนฟ้าที่ฝ่ากลางหัวใจที่ร้าวราวจนแหลกสลาย 

               ไม่มีใครต้องการข้า 

               ไม่มีใครต้องการข้า 

               ข้าไม่ได้ผิด แม้แต่บิดามารดาก็ไม่รัก ข้ามิมาช่วยเหลือข้า 

               พี่ชายยังหมางเมินไร้ความเมตตา  แม้แต่น้องชายที่ข้ารักยังหักหลังกันได้ลงคอ 

               ข้าไม่ได้คบชู้แต่ถูกคนที่รักยิ่งสองคนจัดฉาก 

               เสียงกรีดร้อง ที่ใครๆ มิอาจได้ยินดังก้องอยู่ในใจของเว่ยหยาง  

               จนกระทั้งมาหยุดที่ข้างแม่น้ำเชี่ยวกราดในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นหูของ       หรูเว่ยหยาง ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่ง เสียงที่สงบร่มเย็นราวกับน้ำฝนที่หล่นลงจากสวรรค์ ทำให้หัวใจที่รุ่มร้อนด้วยแรงแค้นความหวาดกลัวจากความตายที่อยู่ตรงหน้าสงบลงชั่วครู่ 

               ห่วงหนึ่งพันผูกคอด้วยรักและห่วงบุตรหลาน 

               ห่วงสองพันผูกมือที่โอบกอดแนบชิดของสามีภรรยา 

               ห่วงสามพันรอบเท้าด้วยทรัพย์สินนอกกาย 

               ปลดบ่วงเหล่านั้นเสียเถิด พระพุทธองค์ทรงเมตตากรรมในชาตินี้หมดสิ้นแล้ว จงปล่อยวางความอาฆาตแค้น เดินตามแสงพระธรรมของพระพุทธองค์ แล้วเจ้าจะพบความสุขที่แท้จริง อมิตตาพุทธ 

               ปล่อยวางอย่างนั้นหรือทั้งที่ข้ามิได้เป็นผู้ก่อ เป็นพวกเค้าที่กระทำต่อข้า ท่านให้ข้าปล่อยวางหรือทั้งที่พวกเค้าเป็นผู้สั่งข้าฆ่า  

               "ตูม!! " 

               ทันทีที่ร่างถูกโยนลงไปก็จมดิ่งลงสู่เบื้องล่างอันหนาวเหน็บ สายน้ำเย็นโอบล้อมรอบกาย อากาศหายใจเป็นฟองขาวขึ้นสู่เบื้องบน 

               อึดอัด 

               หายใจไม่ออก 

               ช่วยด้วย 

               หะ หายใจไม่ออก 

               ทรมาน                   

               ทรมานหรือเกิน 

               ทรมานใครก็ได้ช่วยข้าที  

               ใต้ผืนน้ำอันเย็บเยียบและหนาวเหน็บ มองทางใดมีแต่ความดำมืดทั่วทุกหนแห่งไร้แสงสว่าง ร่างเล็กที่ถูกขังดิ้นรนครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดก็หยุดนิ่งที่ก้นแม่น้ำ  

               วาระสุดท้ายในขณะจิตตัดพ้อเบื้องบน... 

               .สวรรค์ช่างมืดบอดนัก..หากเป็นคนดีไม่ได้ข้าขอเป็นมารเสียดีกว่า...หากมีชาติหน้าข้าขอผู้มีพลังที่เหล่าผู้คนเกรงกลัว 

อัปเดตล่าสุด

21 พ.ย. 2566 09:57 น.

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว

รีวิวทั้งหมด (0)

ยังไม่มีรีวิว

เขียนรีวิว

ผมเป็นนายเอกของนิยายรันทด
ให้คะแนนรีวิว5.0
ซ่อนรีวิว (สปอยล์)
ถูกใจ:

ตอบกลับรีวิว

รายงาน

แก้ไขตอบกลับรีวิว

แก้ไขรีวิว

สามารถแก้ไขรีวิวได้เพียง 1 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการแก้ไขล่าสุด เมื่อแก้ไขรีวิวแล้ว จำนวนถูกใจและการตอบกลับรีวิวนั้นจะถูกรีเซ็ต

ลบรีวิว

สามารถลบรีวิวได้อีก 24 ชั่วโมงหลังจากการแก้ไขล่าสุด เมื่อลบรีวิวนี้แล้ว จะไม่สามารถถูกเรียกคืนกลับมาได้

ธัญเหมาเหมา

ปลดล็อกทุกตอน ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ปลดล็อกจนถึงตอนล่าสุด

ตอนนิยาย (43)

  1. #1บทที่ 1 บทนำเรื่อง(ตรวจแล้ว)5.6K818 หน้า30 เม.ย. 2564 12:52 น.
  2. #2ผมเป็นต่ิงนิยายรันทด(ตรวจแล้ว)6.6K96 หน้า30 เม.ย. 2564 12:54 น.
  3. #3แดนสยามกับดินแดนมหัศจรรย์(ตรวจแล้ว)3.9K621 หน้า30 เม.ย. 2564 12:55 น.
  4. #4แค่ย่างออกจากบ้านออร่าความซวยก็ปรากฏ3.4K1725 หน้า30 เม.ย. 2564 12:56 น.
  5. #5ละครโรงใหญ่กับการเดินตลาดที่แสนวุ่นวาย3.3K1734 หน้า30 เม.ย. 2564 12:57 น.
  6. #6มึนงงในดงนิยาย2.7K1117 หน้า30 เม.ย. 2564 12:59 น.หรือ300
  7. #7ขวาร้ายซ้ายดีก็นึกแล้วว่าวันนี้ข้าก้าวขาผิดข้าง2.8K1619 หน้า30 เม.ย. 2564 13:00 น.หรือ300
  8. #8อนาคตเถ้าแก่น้อยต้องเรือนการค้าเท่านั้น2.8K815 หน้า30 เม.ย. 2564 13:01 น.หรือ300
  9. #9อนาคตเถ้าแก่น้อยต้องเรือนการค้าเท่านั้น22.7K717 หน้า30 เม.ย. 2564 13:02 น.หรือ300
  10. #10กลุ่มเพื่อนใหม่สัญญาณไฟจราจร2.5K912 หน้า30 เม.ย. 2564 13:03 น.หรือ300
  11. #11เลี้ยงลูกโสมหมื่นปี2.2K914 หน้า30 เม.ย. 2564 13:04 น.หรือ300
  12. #12ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอกับการเป็นมือชงอันดับหนึ่ง2.1K819 หน้า03 พ.ค. 2564 15:19 น.หรือ300
  13. #13บทที่ 11 จูบกับชายในหน้ากากครึ่งซึก2.2K1329 หน้า14 พ.ค. 2564 14:23 น.หรือ300
  14. #14ความวุ่นวายในวันนี้คือความชิบหายในวันหน้า2.1K1224 หน้า18 พ.ค. 2564 17:05 น.หรือ300
  15. #15วันไนท์เข้าใจไหมน้ำแตกแล้วแยกทาง2K833 หน้า19 พ.ค. 2564 10:42 น.หรือ300
  16. #16รอยยิ้มที่สวยงามแต่แฝงด้วยความเศร้า1.9K819 หน้า25 พ.ค. 2564 15:19 น.หรือ300
  17. #17เติมทรูแบบค่อยเป็นค่อยไป1.9K1318 หน้า04 มิ.ย. 2564 16:03 น.หรือ300
  18. #18ตาิ้งผู้นอนมากกว่าตื่น1.8K616 หน้า04 มิ.ย. 2564 15:58 น.หรือ300
  19. #19ตาอิ้งผู้นอนมากกว่าตื่น401316 หน้า10 มิ.ย. 2564 14:11 น.หรือ300
  20. #20 บทที่1728919 หน้า20 ก.ค. 2564 10:43 น.หรือ300

นิยายของ ป้าลูกหนึ่ง (10)

ดูทั้งหมด